ผ่านมานาน35ปีแล้วหรือเวลาช่างผ่านไปเร็วนักเลข35ถ้าจะเปรียบก็คงเป็นหนุ่มใหญ่มิปาน และนั้นเองในโอกาสที่มหาวิยาลัยราชภัฎเชียงรายครบ35ปีเป็นหนทางที่ช่างยาวไกล บัณฑิตเรือนแสนที่จบจากที่สภาบันแห่งการให้มหาลัยเพื่อประชาชนแห่งนี้หลายๆคนก็เป็นคนใหญ่นายโตและหลายๆคนก็เดินตามเส้นทางความฝันของตนเองแต่ทุกคนล้วนมีเกรียติแห่งลูกราชภัฎ หรือปราชญ์ของกษัตริย์ ที่จะนำความรู้และประสบการณ์นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เลี้ยงชีพหรือบริหารบ้านเมืองสืบไปเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องของผมที่ได้ใช้ชีวิตในมหาลัยแห่งนี้
อันตัวผมนั้นเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีความฝันมากมายทั้งใหญ่และเล็ก ผมเป็นคนเรียนไม่เก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วไม่ค่อยจะหยิบจับหนังสือหรือการบ้านขึ้นมาถ้าไฟไม่ไม่รนจบมัธยมด้วยเกรดไม่ถึงสอง ผมนั้นเคยเรียนที่เอกดนตรีที่ราชภัฎเชียงใหม่ ตามที่ผมหวังแต่จนแล้วจนรอดผมก็ทำให้ที่บ้านผิดหวังใช่!!มันรวมถึงตัวผมด้วยผมจึงเปลี่ยนเส้นทางชีวิตตัวเองมาที่ราชภัฎเชียงรายสาขานิเทศศาสตร์ตามคำเชิญของเพื่อนๆของผม ตอนแรกที่เข้ามาก็คิดว่าเรียนให้มันจบๆไป ครั้งแรกที่ก้าวย่างเข้ามาในรั้วแห่งนี้สำหรับผมแล้วบางอย่างนั้นก็ถือเป็นสิ่งใหม่หลายอีกหลายๆอย่างผมก็เคยเห็นมาแล้ว ผมยอมรับว่าผมไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอันใดที่ทางมหาลัยจัดเช่นรับน้องหรือประถมนิเทศ นั้นในตอนแรกผมรู้สึกต่อต้านทุกอย่างที่เข้ามาทำตัวขวางโลก ผมคิดทะนงเสมอว่าจะอยู่คนเดียวได้ แต่แล้วสิ่งที่ผมทำไปเริ่มส่งผลให้ผมไม่ค่อยมีเพื่อนผ่านไปปลายเทอมที่หนึ่งมีงานกลุ่มงานหนึ่งงานๆนี้ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของผมเลยก็ว่าได้ ผมไปที่ตึก26เพื่อหาอะไรลองท้องลองก็มีเพื่อนในห้องผมกลุ่มหนึ่งเข้ามาพูดคุยและชวนเข้ากลุ่ม ทุกๆคนในที่นั้นล้วนแต่เป็น”เด็กหลังห้อง”แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีฝีมือ พวกเราได้ทำงานนั้นจำสำเร็จและได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถ ในที่สุดปีหนึ่งก็ผ่านพ้นไปด้วยเกรดที่ไม่ค่อยสวยเท่าไรแน่นอนครับหลายคนมากผมว่าเกเร ผมได้สัญญากับตัวเองว่าขึ้นปีสองจะตั้งใจเรียนและเป็นคนใหม่
ขึ้นปีสองครั้งแรกโอ้ผมรู้สึกดีที่ขึ้นชั้นปีมาได้และผมก็เสียใจที่เพื่อนผมหลายๆคนหายไป ผมตั้งใจเรียนมากในเทอมนี้ ผมพยายามควบคุมตัวองอย่างหนักทำงานการบ้านหรืออ่านหนังสือทบทวนวิชาต่างๆ ผมก็เริ่มเข้าใจและเริ่มสนุกในการเรียนมากขึ้นเหมือนกับว่าผมเริ่มได้รู้จักชีวิตเด็กมหาลัยเข้าจริงๆ ผมสนุกที่ได้ทำงานกลุ่มร่วมกับเพื่อนๆจนสอบในเทอมแรกไปแต่.....เจ้ากรรมผมไม่ได้จ่ายค่าเทอมมันเป็นความสับเพร่าของผมแท้ๆ ผมรู้สึกมึนไปหมดเมื่อเกรดที่ออกมาโมฆะเซ็งและเครียดที่ไม่รู้จะบอกทางบ้านยังไง ผมหนีออกไปหายใจหายคอสองเดือนระหว่างนั้นผมเอาแต่คิดว่าตลอดมานี้ เราเองทำอะไรอยุ่?สิ่งที่เราทำนั้นเพื่ออะไรพ่อแม่หรือครอบครัว ผมคิดถึงขั้นว่าจะลาออกผมโทรไปถามแม่ แม่ผมก็บอกว่าตามใจ ผมนั่งนึกถึงตัวเองในอนาคตไม่ออกจริงๆผมกลับบ้านก็ไปนั่งหาอะไรดื่มกับรุ่นพี่ที่จบปริญญาตรีมาหมาดๆ (ลุงผมเองนั้นละ) “ลุงผมพูดว่าปิงจะทำเพื่อใครไปทำไมทำเพื่อตัวปิงเองสิ เพื่ออนาคตของตัวเอาเอง” นั้นสิก็เพื่อตัวของเราเอง ผมกลับมานั่งทบทวนตัวเองใหม่ ผมลองตั้งใจอีกสักครั้งในเทอมต่อมาผมได้เกรด2.85นั้นทำให้ผมเริ่มมีกำลังใจมากขึ้น ตอนนี้ผมอยู่ปีสามแล้วละครับแต่ผมคงยังไม่จบง่ายหรอก ยังมีกรรมเก่าอีกเยอะเลย
แต่อย่าไปสนใจมันเลย สิ่งที่ผมจะบอกก็คือสิ่งที่ผมได้จากที่นี้ต่างหากมหาลับราชภัฏเชียงราย เพื่อน ประสบการณ์ใหม่ๆที่ผมหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว บทเรียนทั้งในตำราและบทเรียนการใช้ชีวิตนอกตำราที่ตัวผมต้องเจอมันในอนาคต ตอนนี้ผมมีความหวังแล้วครับว่าจะจบเอาปริญญาไปนอนกอดและเป็นเกรียติกับตัวผมเอง และเป็นขอพิสูจน์และบทสอบที่ผมต้องผ่านมันไปให้ได้ เป็นคนดีในสังคมเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพทำประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อย ผมทำไปเพื่ออะไรนั้นหรือก็ “เพื่อตัวผมเองไง” รู้อะไรมัยผมภูมิใจเสอมว่าได้ขึ้นชื่อว่าตัวเองเป็น ลูกหลานของราชภัฎ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น